........
........
........ ........

สองผู้บริหารธุรกิจมือโปรกับบทบาทการผลักดัน MPI
ระบุการใช้วิสัยทัศน์ที่กว้างไกล
สร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรอย่างมีคุณธรรมเพื่อสังคม

 
........
........ MPI ชี้การใช้วิสัยทัศน์ในการ ช่วยให้การดำเนินธุรกิจมีศักยภาพ และองค์กรมีความยั่งยืนมีคุณธรรม สอดรับคำปณิธานขององค์กรที่ว่า เพิ่มคุณค่าคนและองค์กรเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ระบุ 25ปีของการเปิดหลักสูตร The Boss ช่วยสร้างผู้บริหารยุคใหม่ ที่ใช้หลักจิตวิทยาและการจัดการในการบริหารองค์กร สร้างเครือข่ายระหว่างนักธุรกิจ แนะผู้บริหารไทย เพิ่มพูนความรู้ด้านการทำธุรกิจให้กับตนเองและคนในองค์กร รองรับการเปิด AEC
........
........
........ ดร.วิสุทธิ วิทยฐานกรณ์ ประธานกรรมการ สถาบันการบริหารและจิตวิทยา หรือ Management & Psychology Institute (MPI) กล่าวว่า สถาบัน MPIเป็นสถาบันที่ปรึกษาด้านการพัฒนาความรู้ ความสามารถ และศักยภาพของผู้บริหาร ก่อตั้งเมื่อปี 2530 โดย ศ.ดร.หลุย จำปาเทศ ปัจจุบันสถาบันมีอายุครบ 25 ปีเต็ม และย่างสู่ปีที่ 26
........ สถาบันมีหลักสูตรที่สำคัญคือ หลักสูตร The Boss และ The Manager โดย The Boss เป็นหลักสูตรสำหรับผู้ประกอบการ ดำเนินการมาแล้ว 79 รุ่น มีผู้ประกอบการและผู้บริหารระดับสูงขององค์กรต่างๆ จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เข้ารับการอบรมกว่า 4,000 คน ส่วน The Manager ดำเนินการมาแล้ว 103 รุ่น เน้นที่ระดับผู้จัดการองค์กรอันเป็นกำลังสำคัญขององค์กร หลักสูตรทั้ง 2นับเป็นหลักสูตรที่ทันสมัยและสร้างชื่อเสียงให้กับสถาบันเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรอื่นๆหลายสิบหลักสูตร ทั้งการบริหารจัดการ จิตวิทยา การเงิน การบัญชี การตลาด การขาย ฯลฯ ตลอดจน In-House Training
........
  ........
........ สำหรับผู้บริหารใน Generation ที่ 3 ของสถาบัน คือ ตนและคุณพิเชษฐ์ เวชสุภาพร ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายวิชาการ ดำเนินกิจกรรมของสถาบันในลักษณะ Committee คือมีคณะกรรมการของสถาบันเป็นนักธุรกิจ ซึ่งล้วนเป็นThe Boss เป็นลูกศิษย์ของ ดร.หลุย รวมทั้งนักวิชาการที่มีชื่อเสียง ได้ร่วมกันพัฒนาปรับปรุงการเรียนการสอนโดยเพิ่มสัดส่วนการสอนด้วย นักธุรกิจที่มีประสบการณ์มากขึ้นอีก เพื่อให้การถ่ายทอดความรู้เชิงประสบการณ์มากขึ้น มีตัวอย่างชัดเจน แนะนำแก้ไขปัญหาให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ดีขึ้น ส่วนด้านวิชาการก็รักษาให้มีความเข้มข้นเชิงวิชาการเหมือนเดิมเพื่อให้ The Boss เป็นผู้ประกอบการที่มีมาตรฐานมีคุณธรรม เพิ่มคุณค่าคนและองค์กร ให้พัฒนาอย่างยั่งยืนตามปรัชญาของสถาบัน ปัจจุบัน สถาบันได้จัดอบรมให้กับบุคลากรทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างกว้างขวางกว่า 15,000 องค์กร ทั้งรูปแบบ Public และ In-House Training ซึ่งในเดือนตุลาคมนี้ สถาบันจะจัดงาน Home Coming Day เป็นการฉลองครบ 25 ปี ย่างปีที่ 26 เพื่อเป็นการสานสัมพันธ์ คณาจารย์ มวลสมาชิก และศิษย์เก่าของสถาบัน เป็นการสานสัมพันธ์เพื่อรวมพลังในการสร้างสรรค์สังคมต่อไป
........
........
  ........

สองผู้บริหารธุรกิจมือโปรกับบทบาทการผลักดัน MPI
ระบุการใช้วิสัยทัศน์ที่กว้างไกล
สร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรอย่างมีคุณธรรมเพื่อสังคม

 
........
........ สำหรับวิสัยทัศน์ในอนาคต ดร.วิสุทธิได้เล่าให้ฟังว่า น่าจะมีนักธุรกิจ The Boss มารับช่วงบริหารสถาบันเป็น Generation ที่ 4 ในอนาคต 6-7 ปีข้างหน้า สำหรับ Generation ที่ 3 คงจะมุ่งมั่นทำโครงสร้างของสถาบันให้เอื้อประโยชน์กับนักธุรกิจขนาดเล็กและกลางของไทย เช่น นำสถาบันเข้าตลาดหลักทรัพย์ ขยายงานยกระดับเป็นมหาวิทยาลัยเต็มรูปแบบ เป็นHolding เข้าถือหุ้นในบริษัทของสมาชิก The Boss ในรายที่มีศักยภาพและมีความต้องการ สร้างเสริมในส่วนที่ขาดอันเป็นความต้องการของ ธุรกิจของชาว The Boss เช่น ด้านการตลาด การขาย การบัญชี การเงิน การจัดการฯลฯ เนื่องจากสถาบันมีนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ และมีผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์จริงในทุกสาขา เรียกว่าเป็น One Stop Service สำหรับธุรกิจ และเมื่อโครงสร้างเหล่านี้ได้จัดทำเรียบร้อยแล้ว ก็จะมอบสถาบันนี้ให้เป็นสถาบันที่สามารถเกื้อกูลทางธุรกิจให้กับนักธุรกิจของไทย สังคมและบ้านเมืองไทยสืบไป
........ ด้านนายพิเชษฐ์ เวชสุภาพร ประธานกรรมการฝ่ายวิชาการ สถาบันการบริหารและจิตวิทยา (MPI) อดีตผู้ร่วมก่อตั้งห้างสรรพสินค้าโรบินสัน กล่าวว่า การพัฒนาหลักสูตรของสถาบันฯจะมุ่งเน้นหลัก 3 ประการ คือ Consumer Centric คือการออกแบบตามกลุ่มผู้เรียน ซึ่งการที่สถาบันฯ เป็นสถาบัน ที่ดำเนินการมานานและมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา ทำให้มีความเข้าใจถึงวัฒนธรรมองค์กร และรูปแบบการดำเนินชีวิตของคนไทยเป็นอย่างดี ส่งผลให้สามารถออกแบบหลักสูตรได้ตรงความต้องการของผู้เรียนUp to date การจัดการเรียนการสอนที่ทันสมัย ทันต่อสถานการณ์ ทันต่อนักบริหารรุ่นใหม่ แต่ยึดหลักการและปณิธานเดิม คือจิตวิทยาการบริหาร เพื่อพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน และสุดท้ายคือ Implementation ผู้เรียนสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้งานได้จริง ไม่ใช่รู้เฉพาะในห้องฝึกอบรม แต่ไม่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานของตนเองได้ ดังนั้น การที่สถาบันฯ มุ่งเน้นการพัฒนาหลักสูตรด้วยหลัก 3 ประการนี้ ทำให้ มีการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงปณิธานเช่นเดิม ทำให้ขณะนี้หลักสูตร The Bossเปิดการฝึกอบรมไปแล้ว 79 รุ่น มีผู้ผ่านการฝึกอบรมและเป็นสมาชิก The Boss แล้วร่วม4,000 คน และหลักสูตร The Manager 103 รุ่น สมาชิก The Manager มากกว่า 5,000 คน เพื่อให้ทันต่อความต้องการของกลุ่มสมาชิก
........ ........
........
........
........ ทั้งนี้ จากการที่สถาบันฯ ทำการฝึกอบรมในหลักสูตร The Boss มาเป็นระยะเวลายาวนาน ซึ่งผู้เรียนส่วนใหญ่เป็นระดับผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการ ดังนั้น เมื่อมีปัญหาภายในองค์กร หรือต้องการเพิ่มพูนความรู้ให้กับพนักงาน จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าฝึกอบรม หรือจัดคอร์สฝึกอบรมเฉพาะหน่วยงานให้ ทำให้สถาบันฯ ได้ก้าวเข้าไปมีบทบาทในการทำหน้าที่ Training Center ให้กับสมาชิกในด้านการบริหารจัดการความรู้ของบุคลากร ตลอดเวลาที่ผ่านมา
ประธานกรรมการฝ่ายวิชาการ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม การเปิดประเทศสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) สถาบันฯ ได้เตรียมความพร้อมให้กับสมาชิก ด้วยการจัดสัมมนา Perspective on AEC ให้ความรู้วิสัยทัศน์ และทิศทางของเศรษฐกิจแก่สมาชิก เพิ่มเติมความรู้เกี่ยวกับ AEC ลงในหลักสูตรที่มีอยู่ในปัจจุบัน และจะได้มีการเปิดหลักสูตรการบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ รวมถึงการจัดทำโครงการ Learn on the road นำสมาชิกศึกษาเส้นทางการทำธุรกิจถึงสถานที่จริง เพื่อเป็นช่องทางให้สมาชิกได้ดำเนินธุรกิจในระดับนานาชาติ ซึ่งจากการที่ได้ทำฝึกอบรมให้กับระดับผู้บริหาร ทำให้มีเครือข่ายนักธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมองการทำธุรกิจระหว่างเพื่อนสมาชิก ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการนำสมาชิกเดินทางไปยังเขตปกครองตนเองพิเศษสิบสองปันนา มณฑลยูนนานโดยย้อนรอยสำรวจเส้นทางตั้งแต่เชียงรายผ่านประเทศลาว จนถึงสิบสองปันนา มีการจัดบรรยายตลอดเส้นทาง และแนะนำนักธุรกิจท้องถิ่นกับนักธุรกิจไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น อันจะนำไปสู่การต่อยอดการทำธุรกิจในอนาคต
........ สำหรับตลาดแห่งนี้นับเป็นตลาดที่นักธุรกิจไทยควรจับตามอง เพราะเป็นเส้นทาง R3A หรือ คุนมั่น กงลู่เส้นทางเชื่อม คุนหมิงสู่กรุงเทพฯ ซึ่งมีต้นทางเริ่มจากนครคุนหมิง สู่เขตปกครองตนเองพิเศษสิบสองปันนา(เมืองเชียงรุ่งหรือจิ่งหง) เข้าบ่อเต็น-หลวงน้ำทา-บ่อแก้ว-ห้วยทราย ของประเทศลาว เข้าสู่อำเภอเชียงของ(จังหวัดเชียงราย) ของประเทศไทย มุ่งสู่กรุงเทพฯ เป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญของ จีน-ลาว-ไทย ที่ส่งผลทางการค้าของภูมิภาคเป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ เป็นเส้นทางที่นักธุรกิจของจีนใช้ขยายธุรกิจลงสู่ทางตอนใต้ โดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน ซึ่งนักธุรกิจไทยควรศึกษาลู่ทางในการทำการค้า หรือการเป็นตัวแทนด้านธุรกิจ และในเร็วๆ นี้ จะมีการนำสมาชิกไปดูงาน พบปะนักธุรกิจในเมืองเฉินตู มณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน ศูนย์กลางทางเทคโนโลยี การพาณิชย์ การเงิน รวมถึงประเทศพม่า และประเทศกัมพูชา เพราะการทำธุรกิจต่อไปในอนาคต จะมองเพียงหลักการหรือแนวทางหรือข้อกฎหมาย กฏเกณฑ์ต่างๆ อย่างเดียวไม่ได้ แต่ควรลงไปสัมผัสถึงวิธีการปฏิบัติ ธรรมเนียม ประเพณีในระดับท้องถิ่นด้วย ซึ่งที่ผ่านมาอุปสรรคใหญ่ที่ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จคือปัญหาความเข้าใจขั้นพื้นฐานมากกว่า จึงได้นำสมาชิกไปพบประสบการณ์จริง นายพิเชษฐ์ ยังได้ฝากข้อคิดไว้อีกว่า "การพัฒนาธุรกิจ จะต้องควบคู่ไปกับการพัฒนาตนเอง ภายใต้สังคมที่ดี" เราจึงจะมีความสุขแบบสมบูรณ์
........
........
........
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ จุฑารัตน์ (เล็ก) โทร. 081-820-5889
........
........
 


หมายเหตุ. สงวนลิขสิทธ์ภาพและเนื้อหา นอกจากจะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
Use of this site signifies your acceptance of the Privacy Policy and Terms of Use.
Copyright © 2005 Variety News Edition Corp. All rights reserved.